fbpx

17 ขั้นตอนการแก้ปัญหา โดย Adam Savage แห่ง MythBuster

Adam Savage นักทำ Special Effect ผู้มีกระสบการณ์และความรู้รอบด้าน
และพิธีกรแห่งรายการ MythBuster
เขามองว่าทุกอย่างคือการแก้ปัญหา
แม้นักวาดภาพนามธรรมก็ยังเริ่มทุกชิ้นงานด้วยการการแก้ปัญหา เช่น จะใช้วิธีอะไรในการทาสี? บนวัสดุอะไร?
 
และเมื่อเรามุ่งแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง เรากำลังมุ่งเข้าหาเป้าหมาย
อดัมเลยอยากจะแบ่งปันขั้นตอนที่เขาใช้ในการแก้ปัญหาในทุกๆโปรเจคที่เขาทำ
เขาจะถามตัวเอง ด้วยคำถามเหล่านี้
1. ปัญหาที่เรากะงจะแก้คืออะไร?

ถึงแม้ว่าจะดูเป็นคำถามง่ายๆ แต่คุณต้องมั่นใจจริงๆว่าคุณรู้ว่าคุณกำลังจะแก้ปัญหาอะไร ถ้าคุณได้รับโจทย์มาจากคนอื่น คุณจำเป็นจะต้องเข้าใจมันจริงๆ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องทำมันพังอย่างแน่นอน

2. ภาพรวมคืออะไร?
เขาพบว่าไม่ใช่ทุกคนจะถามคำถามนี้ และเขาอยากที่จะทำงานกับคนที่รู้จักถามคำถามนี้มากกว่า
 -ปัญหาที่เรากำลังแก้อยู่นี้ มันจะไปอยู่ตรงไหนในภาพรวม?
 -เรากำลังแก้ปัญหาเดียวที่จบในตัวเองหรือปัญหาที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น?
 -แล้วมันจะไปเกี่ยวกับส่วนอื่นอย่างไร?
 -คุณมองเห็นภาพรวมได้เลยหรือไม่? คุณต้องมองถึงสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้น มันจะไม่เกี่ยวกับอะไรเลย
3. มีเวลาเท่าไหร?
ในกรณีของคนทำงาน DIY หรือคนที่ทำโปรเจคส่วนตัวที่เราชอบอย่างอดัม เขามักจะตั้ง deadline ขึ้นมา เขาพบว่าถ้าเขาไม่ขีดเส้นตายเอาไว้เขาจะทำอะไรไม่ค่อยเสร็จ เขาต้องคอยท้าทายตัวเอง คำนวนเวลาที่ใช้ในการทำงานทั้งหมด แล้วตั้งใจกับการไปถึงเป้าหมายเมื่อมีข้อกำหนดเรื่องเวลา
4. เราทำไปถึงไหนแล้ว?
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของ “เรามีเวลาเท่าไหร?” และ “เราเหลือเวลาเท่าไหร?” หลายครั้งเรารู้ว่าต้องทำงานเสร็จเมื่อไหร่ แต่เราไม่รู้ว่า เราทำได้ถึงไหนแล้ว และนี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนให้เรามีประสบการณ์
5. เราต้องทำงานเนี๊ยบขนาดไหน?
เช่นในการเจาะรูบนไม้ให้ห่างกันหกนิ้ว ถ้าเราใช้การกะๆเอาจะใช้เวลาน้อยกว่าการวัดขนาดด้วยไม่บรรทัด ร่างดินสอ แล้วจึงเจาะรูมาก
 -งานชิ้นนี้ให้คนอื่นดูผ่านๆหรือต้องเห็นรายละเอียดเยอะ?
 -มันจำเป็นไปประกอบกับส่วนอื่นๆหรือเปล่า?
6. จังหวะในการทำงานของคุณเป็นอย่างไร?
แต่ละคนชอบทำงานใสจังหวะที่ไม่เหมือนกัน เขายกตัวอย่างตัวเอง ว่าเขาชอบทำงานแบบรวดเร็ว ต่อเนื่อง เขาจะเตรียมเครื่องมือและวัสดุต่างๆไว้รอบตัวให้พร้อม ก่อนเริ่มทำโปรเจคใดๆ เขาเกลียดการต้องหยุดทำแล้วเดินไปหาหรือหยิบของบ่อยๆ จังหวะการทำงานเขาเป็นอย่างนั้น เช่นกัน คุณก็ต้องหาจังหวะการทำงานของตัวเองให้เจอ
7. งบประมาณเท่าไหร? คุณควบคุมได้หรือไม่? ใครจ่าย?
ถ้ามันเป็นเงินเรา เราบอกได้หรือไม่ว่าโปรเจคนี้มีค่ากับเราเท่าไหร? อดัมเล่าว่า แรกๆที่เขาทำงาน มีหลายงานมากที่เขารับทำพรอพประกอบหนัง โดยคิดค่าวัสดุแต่ไม่คิดค่าแรง โดยมีข้อแม้ว่า เขาจะขอเก็บชิ้นงานนั้นไว้หลังจากที่ใช้เสร็จ ด้วยการทำแบบนั้น อดัมได้รับความพึงพอใจอย่างมาก
  1. เพราะเขาชอบเก็บของที่เขาสร้างเอง
  2. เพราะถ้าเขารู้ว่าสุดท้ายมันจะเป็นของเขา เขาจะลงทุนลงแรงมากกว่าปกติ
  3. เขาได้คนจ่ายค่าเรียนวิธีที่การทำงานใหม่ๆที่เขาไม่เคยทำ
8. สถานที่ทำงานเป็นแบบไหน?
ที่ทำงานเราเล็กใหญ่แค่ไหน บางครั้งด้วยงบประมาณจำกัด ทำให้เราไม่สามารถเช่าที่ทำงานใหญ่ๆได้ จึงจำเป็นต้องทำงานในที่เล็กๆ แต่เราก็มีเวลาจำกัด  ในเวลาหลายปีที่ทำงาน อดัมได้ในความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น เพราะการทำงานในที่ที่เล็กเกินไปหรือไม่เหมาะกับการทำงานนั้นๆ ทำให้เขาทำงานได้ช้าลงเนื่องจากความไม่สะดวก จนสุดท้ายต้องเสียเงินเพิ่มเพราะความล่าช้า ซึ่งอาจจะแย่กว่าการยอมไปจ่ายค่าสถานที่ที่เหมาะสมกว่าตั้งแต่แรก
9. ดินฟ้าอากาศเป็นอย่างไร? อุณหภูมิ? ความชื่น?
ในการทำงานหลายๆงาน ดินฟ้าอากาศส่งผลกับการทำงานมาก เช่นการถ่ายรายการกลางแจ้ง การทำสีชิ้นงาน การหล่อโมลด์  ซึ่งจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับเรื่องอุณหภูมิและความชื่นมาก ถ้าไม่เหมาะสม สีอาจไม่แห้ง แสงอาจไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย
10. คนร่วมงาน?
เรามีคนช่วยน้อยเกินไปไหม? มากเกินไปไหม? อดัมค้นพบว่าการมีคนช่วยเยอะเกินไปอาจก่อให้เกินผลเสียมากพอๆกับคนน้อยเกินไป
สภาพจิตใจเขาเป็นยังไง? มันดึกแล้วหรอยัง เราพยายามจะแก้ปัญหาในขณะที่พวกเขาทำงานเหนื่อยมาแล้วทั้งวัน หรือพวกเขายังสดชื่นอยู่?
11. เรามีทักษะที่จำเป็นแล้วหรือยัง? และเกี่ยวเนื่องกัน เรามีความเข้าใจจริงๆหรือไม่เกี่ยวกับระดับทักษะของเราที่กำลังจะใช้แก้ปัญหานั้น?
หลายครั้งเราอาจคิดว่าเราไม่มีทักษะที่จะแก้ปัญหาใดๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆเรากลับทำมันได้ เช่นเดียวกันหลายครั้งเราคิดว่าเราทำได้ แต่เราก็ยังขาดทักษะบางอย่าง เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญคือเรารู้หรือไม่ว่าระดับทักษะของเราอยู่ระดับไหน?

ในการทำงานของอดัม เขาจะถามตัวเองซ้ำๆตลอดการทำงานว่า

13. ขั้นตอนนี้สำคัญแค่ไหน? ต้องทำถูกเป๊ะแค่ไหน? พลาดได้ไหม? หรือมีโอกาศแค่ครั้งเดียว?
เราจำเป็นต้องรู้ว่า เราใช้เวลาเรียนรู้เรื่องใหม่ๆขนาดไหน เพราะเวลาที่เราใช้ในการเรียนรู้ในแต่ละคนก็ไม่เท่ากันจริงๆไหมครับ? (ถ้าคุณเป็นคนเรียนรู้ช้า ผมขอเพิ่มคำถามข้อหนึ่งเข้าไปด้วย นั่นคือ คุณจะสามารถเรียนรู้เรื่องใหม่ๆให้เร็วขึ้นได้อย่างไรบ้าง?)
14. เราพลาดอะไรโง่ๆไปหรือเปล่า?
นี่เรากำลังทำตัวฉลาดไปหรือเปล่า? (อีกวิธีที่จะพูดว่า”เราพลาดอะไรโง่ๆไปหรือเปล่า?”)
มันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้หรือเปล่า? (อีกวิธีที่จะพูดว่า”เราพลาดอะไรโง่ๆไปหรือเปล่า?”)
15. เราแน่ใจหรือไม่ ว่างานของเราจะไปอยู่ในภาพรวมอย่างไร?
ในบางงาน เราอาจมองไม่เห็นภาพรวมๆของงานได้เราต้องค่อยๆทำ ลองผิดลองถูก จนเริ่มเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด
16. ตอนนี้ภาพรวมของงานเป็นอย่างไร ในเมื่อตอนนรี้เราแก้ปัญหาตรงนี้แล้ว?
เราต้องรู้ด้วยว่า ปัญหาที่เราได้แก้ไปแล้วส่งผลกับภาพรวมอย่างไร
17. แล้วเราเเหลือเวลาเท่าไหร?
เราต้องการตกแต่ง(ทำให้สวยเฉยๆ)อะไรงานหลังจากทำเสร็จหรือไม่ ต้องเผื้อเวลาทาสีอะไรไหม?
อดัมเล่าว่า คำถามเหล่านี้ไม่ใช่กระบวนการที่เป็นเส้นตรง
แต่เป็นกระบวนการที่มีการคิดกลับไปกลับมา ถามซ้ำไปซ้ำมา
ในสมัยที่เขาทำงานอยู่ใน  Industrial Light & Magic (ILM) เมื่อเขาทำงานไปได้ซักพัก มันจะมีจุดหนึ่งของทุกโปรเจค ที่เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่ เนื่องจากเขาเป็นคนทำงานเร็วมาก เขาจะทำชิ้นงานเสร็จสองสามรอบก่อนจะทำจริงๆ เขาจะทำผิดแล้วทำใหม่ ทำผิดแล้วทำใหม่ ทำผิดแล้วทำใหม่ เขาแอบกลัวว่าจะมีใครมาตบไหล่เขาแล้วบอกว่า “ออกไปเถอะคุณไม่รู้เลยว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่” แต่เขาได้เรียนรู้ว่า นั่นคือส่วนหนึ่งของขั้นตอนการเรียนรู้ เขาต้องคอยบอกตัวเองวาที่คือขั้นตอนของการเรียนรู้ เพราะเมื่อมันถึงจุดนั้นทีไร เขาจะอดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ทุกครั้ง (ผมเข้าใจว่า มันเป็นความรู็สึกไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจว่าเราจะทำได้หรือไม่ งงๆ เบลอๆ เหี่ยวๆ) มันเป็นเรื่องจริงที่น่าทึ่งอย่างมาก ทุกครั้งที่เขาได้รับโจทย์แล้วมั่นใจว่า “ฉันรู้วิธีการทำสิ่งนี้!” เขาจะลงเอยด้วยการทำพังทุกที
 
และในทุกๆงานที่เขาทำเสร็จ มันไม่ได้มีช่วงเวลาที่เขาอยากจะกระโดดขึ้นฟ้าแล้วตะโกนว่า “เยส!” แต่มันมักจะจบลงด้วยความดีใจ ภูมิใจเงียบๆ บางครั้งมันรู้สึกเศร้านิดๆด้วยซ้ำที่งานนั้นจบลง แล้วเขาก็จะเริ่มถามตัวเองว่า เรายังทำมันได้ดีกว่านี้อีกไหมนะ? ไม่แน่เราอาจต้องทำเหมือนกันอีกสามชิ้นเผื่อมีคนรู้จักอยากได้
 
คำถามสำคัญคือ ปัญหา(โปรเจค)ต่อไปคืออะไร และมันจะต้องมีปัญหา(โปรเจค)ต่อไปเสมอๆ

ชมวีดีโอเต็มๆได้ด้านล่างนี้เลยครับ

ถ้าชอบอย่าลืมกดแชร์นะครับ
สงสัยหรือมีความเห็นอะไร พิมพ์ไว้ด้านล่างเลยครับ

PLUEM
Designer / Maker / Content Creator
ผู้ร่วมก่อตั้ง MakerStation

"เราเลือกได้เสมอ
ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา 
หรือเป็นส่วนหนึงของทางแก้"

add line

เนื้อหาอื่นๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *